พัฒนารูปแบบงบการเงินแบบใหม่ รายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน

นางสาวพิกุล  ทักษิณวราจาร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ยกร่างรูปแบบรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงินแบบใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้เผยแพร่ร่างรูปแบบรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงินดังกล่าวทางเวปไซต์ของกรม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีและผู้ที่สนใจได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับร่างรูปแบบงบการเงินได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งได้จัดสัมมนาเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาชีพบัญชี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบการเงิน เช่น สภาวิชาชีพบัญชี สถาบันการศึกษา สำนักงานสอบบัญชีและสำนักงานรับทำบัญชี เป็นต้น

สำหรับวัตถุประสงค์และสาระสำคัญของการยกร่างรูปแบบรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงินใหม่ เพื่อให้รูปแบบและความหมายของรายการในงบการเงินเป็นปัจจุบัน และสอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชีที่มีการปรับปรุง และมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะซึ่งสภาวิชาชีพบัญชีได้จัดทำขึ้นใหม่ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้กำหนดรูปแบบรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงินสำหรับธุรกิจไว้ 5 แบบเช่นเดิม คือ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (แบบ 1)  บริษัทจำกัด (แบบ 2) บริษัทมหาชนจำกัด (แบบ 3) นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ (แบบ 4) และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร (แบบ 5)  ซึ่งมีแนวคิดในการกำหนดรูปแบบรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน ดังนี้

  • รูปแบบรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงินของบริษัทมหาชนจำกัด (แบบ 3)   กำหนดขึ้นโดยอ้างอิงจากมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่สภาวิชาชีพบัญชีประกาศกำหนดตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (International Financial Report Standard : IFRS)
  • รูปแบบรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงินของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (แบบ 1)   บริษัทจำกัด (แบบ 2)  นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ (แบบ 4) และกิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร (แบบ 5) กำหนดขึ้นโดยอ้างอิงมาจากมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for Non-Publicly Accountable Entities : TFRS  for  NPAEs) 

รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ร่างรูปแบบรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงินแบบใหม่นี้ จะเริ่มมีผลบังคับใช้กับงบการเงินที่มีรอบปีบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป  ทั้งนี้ ข้อคิดเห็นที่ได้จากการสัมมนาและผ่านทางเวปไซต์ของกรมยังมีบางประเด็นที่ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบการเงิน เห็นว่าควรมีการทบทวนปรับปรุงรายการพร้อมทั้งความหมายของรายการเพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น  รวมทั้งขอให้พิจารณาจัดอบรมสัมมนาเกี่ยวกับร่างรูปแบบรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงินแบบใหม่ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมสำหรับธุรกิจในการจัดทำงบการเงินรอบปี 2554 ซึ่งเมื่อได้ปรับปรุงร่างรูปแบบรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงินแบบใหม่เป็นที่เรียบร้อย จะจัดให้มีการอบรมสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจร่างรูปแบบรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงินแบบใหม่เพื่อเผยแพร่ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบต่อไป

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตือนข้อบกพร่องที่พบสำหรับผู้ยื่นงบการเงินปี 2554

นายอิทธิพล  ช้างหลำ  รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  เปิดเผยว่า  ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  มีพันธกิจให้บริการข้อมูลธุรกิจจะต้องมีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นคลังข้อมูลที่สมบูรณ์สำหรับงบการเงิน  โดยได้มีกระตุ้นเตือนอย่างต่อเนื่องให้ผู้มีหน้าที่นำส่งงบการเงิน นำส่งงบการเงินตามเวลาที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนให้ความรู้ในเรื่องการเตรียมเอกสารการนำส่ง เพื่อให้การนำส่งมีความถูกต้อง ผู้ประกอบธุรกิจสามารถ   นำข้อมูลไปใช้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ แต่อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบงบการเงินของผู้มีหน้าที่ยื่นงบการเงินต่อ กรมฯ  ที่ผ่านมาได้พบข้อบกพร่องในเอกสารนำส่งงบการเงิน ดังนี้

  1. ในแบบ ส.บช.3 และงบการเงิน กรรมการผู้มีอำนาจไม่ลงลายมือชื่อ
  2. ไม่ประทับตราให้ครบถ้วน หรือตราที่ประทับไม่ใช่ของนิติบุคคลนั้นๆ
  3. รอบปีบัญชีในรายงานผู้สอบบัญชีไม่ตรงกับเอกสารงบการเงิน หรือไม่เป็นไปตามข้อบังคับของนิติบุคคลที่ได้จดทะเบียนไว้
  4. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตไม่ระบุวันที่ในรายงานการสอบบัญชี
  5. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตระบุวันที่ในรายงานการสอบบัญชีก่อนวันปิดบัญชี
  6. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตระบุวันที่ในรายงานการสอบบัญชี หลังวันที่ประชุมอนุมัติงบการเงิน
  7. งบการเงินของบริษัท ไม่ระบุวันประชุมอนุมัติงบการเงินในหน้างบดุล
  8. กรณีบริษัทมหาชน ไม่มีสำเนารายงานการประชุมที่อนุมัติงบการเงิน
  9. วันประชุมสามัญประจำปีในงบการเงินไม่ตรงกับวันที่ประชุมสามัญประจำปีในสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น(บอจ.5)
  10. ระบุวันที่ประชุมอนุมัติงบการเงินก่อนวันปิดรอบปีบัญชี
  11. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตไม่แจ้งรายชื่อธุรกิจก่อนการนำส่งงบการเงิน
  12. ชื่อนิติบุคคล หรือประเภทนิติบุคคลในรายงานการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ไม่ตรงกับในงบการเงิน
  13. ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่เข้าหลักเกณฑ์ต้องได้รับการตรวจสอบ และแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ไม่แนบรายงานการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

“จึงขอย้ำเตือนให้ผู้มีหน้าที่ยื่นงบการเงิน  โปรดตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน ของงบการเงินก่อน  นำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  สำนักข้อมูลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทร. 0-2547-4370,  0-2547-4385 และ 547-4390-1  โทรสาร 0-2547-4386 และ 0-2547-4377

กระทรวงพาณิชย์ / 25 พฤษภาคม 2554

แจ้งเตือนธุรกิจต้องส่งงบการเงินภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2554

แบบนำส่ง สบช.3 ผมหา Link ไว้ให้แล้วนะครับ แบบ สบช.3 เข้าไป Donwnload ได้เลย

ส่วนปีนี้ 2554 การยื่นงบ มีส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมาของกรุงเทพมหานคร คือ สามารถยื่นที่ศูนย์ย่อยได้ ไม่จำเป็นต้องไปที่กระทรวงพาณิชย์ตรงสนามบินน้ำก็ได้ โดยสามารถยื่นที่ศูนย์ย่อยสาขาปิ่นเกล้า พหลโยธิน รัชดาภิเษก สุรวงศ์ และที่ศรีนครินทร์ ก็ได้ อันนี้เป็นที่อยู่นะครับ เผื่อใครไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน คลิ๊กเพื่อดูที่ตั้งเขต 1-5 ในแต่ละเขต ถ้ากดเข้าไปจะพบแผนที่ตั้งเขต อยู่ด้วยนะครับ

เรื่อง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งเตือนธุรกิจต้องส่งงบการเงิน ภายใน 31 พฤษภาคม 2554

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ แจ้งเตือนธุรกิจกว่า 400,000 รายที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2553 ต้องนำส่งงบการเงินรอบปี 2553 ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2554 นี้

นายอิทธิพล  ช้างหลำ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขอแจ้งเตือนผู้ประกอบธุรกิจต่างๆ ที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2553 มีหน้าที่ต้องนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด  ถ้าเป็นกรณีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ต้องนำส่งงบการเงินภายในห้าเดือนนับแต่วันปิดรอบบัญชี คือ ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2554  สำหรับกรณีบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ต้องนำเสนองบการเงินต่อผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่  ภายในสี่เดือนนับแต่วันปิดรอบบัญชี โดยต้องอนุมัติงบการเงินภายในเดือนเมษายน 2554 และต้องนำส่งงบการเงินภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้อนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น สำหรับธุรกิจที่ ไม่นำส่งงบการเงิน หรือไม่ส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดจะมีความผิดต้องโทษปรับ  โดยกรมฯ เป็นผู้ดำเนินคดีกับธุรกิจที่ไม่นำส่งงบการเงินทุกราย 

รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยนโยบายกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเน้นการให้บริการที่รวดเร็ว ลดขั้นตอน เพื่ออำนวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้มารับบริการจำนวนมาก โดยตั้งแต่ปี 2553  กรมฯ  ได้ลดจำนวนงบการเงินที่ต้องนำส่งเหลือเพียงชุดเดียวทั่วประเทศ  ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจสามารถนำส่งงบการเงินได้ 2 ช่องทาง คือ

  1. ทางไปรษณีย์ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ
  2. นำส่งด้วยตนเอง ณ หน่วยงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  ดังนี้ 
    1. กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ จังหวัดนนทบุรี
    2. สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต 1 – 5  กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย สาขาปิ่นเกล้า  พหลโยธิน  รัชดาภิเษก  สุรวงศ์  และศรีนครินทร์
    3. สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด ทั่วประเทศ และอีก 4 สาขาที่เปิดให้บริการใหม่ ได้แก่ สาขาหัวหิน พัทยา สมุย และแม่สอด

ดังนั้น จึงขอเชิญชวนธุรกิจผู้มีหน้าที่ส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  ให้รีบนำส่งงบการเงินของท่านภายในระยะเวลาที่กำหนด

ผู้ประกอบธุรกิจ หรือผู้มีหน้าที่ต้องนำส่งงบการเงิน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   ส่วนบริหารจัดการข้อมูลธุรกิจ   สำนักข้อมูลธุรกิจ  กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  โทร. 0-2547-4370, 0 2547-4385  หรือที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดทั่วประเทศ  และขอรับแบบนำส่งงบการเงิน (ส.บช.3) ได้ตามหน่วยงานรับงบการเงินของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือดาวน์โหลดแบบพิมพ์ จากเว็บไซต์ www.dbd.go.th หัวข้อ e-Service, บริการกรม, ดาวน์โหลดแบบพิมพ์ หรือที่ www.Google.co.th ค้นหารายการโดยพิมพ์ “แบบนำส่งงบการเงิน”